Town Tales : Trai Bhumirat
เ พ ล ง ช้ า
เมื่อดอกไม้เริ่มบาน เราดีใจ
แต่ตอนที่ใบไม้หล่นร่วง
ไม่มีใครทันสังเกต
คนกรุงเทพฯ อาจรู้สึกเฉยๆ กับความอบอุ่นของแดดฤดูร้อน
แต่เพียงสองวันในรอบหนึ่งปีที่ลมหนาววูบผ่าน
กลับเป็นความทรงจำที่มีค่า
เตรียมเสื้อหนาวหนา เฝ้ารอคอยการพัดผ่านมาอีกครั้ง
เรารู้ว่าฤดูฝนนั้นยาวนาน
แต่ใครรู้บ้างว่าวันแรกของฤดูฝนนั้นคือวันไหน
ไฟแช็คมักจะถูกลืมเอาไว้ที่ไหนสักที่
แล้วเราก็บอกกับตัวเองว่า 'ช่างมันเหอะ'
น้ำแข็งเหลือ.. แต่โซดาหมด
โซดาหมด.. แต่น้ำแข็งเหลือ
หรือทุกอย่างยังไม่หมด
แต่ร้านกำลังจะปิด
เราเริ่มคุยกันออกรสออกชาติ
เมื่อเวลาเหลือน้อยเต็มที
บุหรี่งอๆ มวนสุดท้ายในซอง
จะถูกจุดและมอดไหม้ไปด้วยความรู้สึกเสียดาย
น้ำชาไม่มีวันร้อนได้ตลอดไป
แล้วน้ำชาที่ไม่ร้อน
เรายังเรียกว่าน้ำชาอยู่หรือเปล่า
หลายๆ ครั้งที่เราไม่ทันได้นึก
ว่าชั่วขณะนี้ เรากำลังหายใจอยู่
ลมหายใจแรกของทารกน้อย
เป็นการหายใจเข้า หรือว่าหายใจออก
แล้วลมหายใจสุดท้ายล่ะ ?
สิ่งที่เราคุ้นเคยว่ามันมีอยู่
สิ่งที่เราเชื่อว่ามันเคยอยู่ตรงนั้นเสมอ
สิ่งเหล่านั้นมักจะถูกมองผ่านไป
แต่สิ่งบางสิ่งที่เราไม่มี
หรือ ไม่อาจมี
บ่อยครั้ง ที่มันกลายสภาพเป็นสารละลายตกค้าง
หลงเหลืออยู่ในใจของเรา
บางที.. ความรักที่เป็นไปไม่ได้ ของใครสักคน
อาจจะเป็นความสวยงามที่สุดของชีวิต
โปสการ์ดจากความหลังเพียงใบเดียว
เดินทางมาจากดินแดนแสนไกล
ช่วยยืดอายุความปรารถนาในใจ ไม่ให้แผ่วลงตามวันเวลา
ความคิดถึงแอบซ่อนตัวอยู่ตามบทเพลงต่างๆ
รอให้ใครสักคนจับได้ ก่อนจะหันกลับไปปิดตา นับหนึ่งถึงสิบใหม่
อาจมีใครสักคน เดินทางกลับมาจากชมพูทวีป
เพื่อนำความจริงมาเปิดเผย
หรือมีใครบางคน ที่เดินทางไป
แล้วไม่กลับมาอีกเลย
เก็บความจริงไว้ ณ ดินแดนห่างไกล
ชั่วนิรันดร์
สะเก็ดแผลที่แห้งแล้ว หลุดลอกออกไปตอนไหน
การจามครั้งสุดท้ายก่อนจะหายจากการเป็นหวัดนั้นเมื่อไหร่
เด็กนักเรียนนั่งหาว เฝ้ามองเข็มนาฬิกา
อยากเร่งให้มันเดินเร็วกว่านี้
เมื่อไหร่จะหมดคาบเรียนเสียทีนะ
ในขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์นั้นแสนสั้น
ทำไมต้องรู้สึกว่าชีวิตทั้งชีวิตนั้นได้อยู่แต่ในห้องเรียน
ดอกไม้เริ่มบานอีกครั้ง.
..
ชอบ เ พ ล ง ช้ า ที่สุดเลย
:))